วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ผลงานลูกค้า
เปิดสอบ ราชการ งานราชการ หางาน สอบราชการ พนักงานราชการ สอบบรรจุ หางาน รับสมัครงาน สอบ กพ. อบต. สอบภาค ก สอบภาค ข รับสมัครงาน ศูนย์รวมงานราชการ
ศูนย์หนังสือ sheetbook เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน
ศูนย์หนังสือ sheetbook เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน
บริการต่างๅ
บริการต่างๆ
ความรู้ทั่วไป
ตำรวจไทย
ตำรวจไทย หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ตำรวจแห่งชาติ (อังกฤษ: Royal Thai Police) เป็นตำรวจแห่งชาติของประเทศไทย ประกอบด้วย บรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง มีฐานะเป็นกรม และอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบ จับกุม และปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย เป็นผู้ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงในการดูแลคุ้มครอง ให้เกิดความสงบสุขแก่พลเมืองของประเทศ
ชื่อเรียกตำรวจในประเทศไทย
คำว่า โปลิศ เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษคือ Police ใช้เรียกผู้ทำหน้าที่ตำรวจที่จัดตั้งอย่างเป็นองค์กรเป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยได้ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้นายร้อยเอก แซมมวล โยเซฟ เบิร์ด เอมส์ เป็นผู้จัดตั้งกองโปลิศเมื่อ พ.ศ. 2403 มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศแทนข้าหลวงกองจับและกองตระเวนซ้ายขวา องค์กรตำรวจที่ตั้งขึ้นใหม่นี้โดยมากจ้างพวกแขกมลายูและแขกอินเดียมาเป็นตำรวจเรียกกองตำรวจนี้ว่ากองโปลิศคอนสเตเบิ้ล ต่อมาจึงมาใช้คนไทย
คำว่า พลตระเวน เป็นคำที่แปลงคำเรียกตำรวจอีกคำหนึ่งคือ COP ย่อมาจาก Constable of Patrol เป็นคำภาษาอังกฤษ แปลว่า ตำรวจลาดตระเวน หรือ พลตระเวน โดยหลังจากที่ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าฯตั้งกองโปลิศ เมื่อปี พ.ศ. 2403 แล้ว ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อกองโปลิศ เป็นกองพลตระเวน ซึ่งในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 นี้ มีองค์กรที่ทำหน้าที่ตำรวจ 2 หน่วย คือ กองพลตระเวนขึ้นกับกระทรวงนครบาล กับกรมตำรวจภูธร ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 2 หน่วยนี้ต่างทำหน้าที่เป็นตำรวจเช่นเดียวกัน ต่อมา พ.ศ. 2458 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ รวมกองพลตรวะเวนกับกรมตำรวจภูธร เรียกชื่อว่า "กรมตำรวจ"
คำว่า "ตำรวจ" เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาเขมรคือคำว่า ตรวจ
หน้าที่ตำรวจ
ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ตำรวจไว้ใน ลักษณะที่ 1 บททั่วไป มาตรา 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
- รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
- ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
- รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
- ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม (1)(2)(3)(4) หรือ (5)เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อำนาจของตำรวจ
อำนาจของตำรวจตามพฤตินัย ตำรวจมีแนวทางในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่ ตามประเพณีที่เป็นแบบอย่างดังนี้ ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและมีอำนาจจะสอบสวน จับกุม คุมขัง ปราบปราม เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อำนาจเหล่านี้สามารถสร้างคุณและโทษได้เท่าๆ กัน สุดแต่การใช้ ตำรวจทุกคนจึงจำเป็นต้องควบคุมจิตใจให้มั่นคง
ประวัติตำรวจไทย
ก่อน พ.ศ. 2403
มีการพบหลักฐานกิจการตำรวจที่เก่าแก่ที่สุดของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น 4 เหล่า เรียกว่า จตุสดมภ์ ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีตำรวจขึ้นด้วยและให้ขึ้นอยู่กับกรมเวียง มีเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้บังคับบัญชา
กิจการตำรวจครั้งนั้นแบ่งออกเป็นตำรวจพระนครบาล ตำรวจภูธร ส่วนตำรวจหลวงให้ขึ้นอยู่กับวัง มีเจ้าพระยาธรรมาธิบดีศรีรัตนมณเฑียรบาล เป็นผู้บังคับบัญชา และโปรดเกล้าฯ ให้ตราศักดินาของตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานในบทพระอัยการระบุตำแหน่งนายพลเรือน เช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอื่น ดังนี้
- ตำรวจภูธร หลวงวาสุเทพ เจ้ากรมมหาดไทย ตำรวจภูธร ศักดินา 1000 ขุนพิศณุแสนปลัดขวา ศักดินา 600
- ตำรวจภูบาล หลวงเพชรฉลูเทพ เจ้ากรมมหาดไทย
- ตำรวจภูบาลศักดินา 1000 ขุนมหาพิชัย ปลัดขวา ศักดินา 600 ขุนแผลงสะท้าน ปลัดซ้าย ศักดินา 600
นอกจากนี้ยังมีเอกสารหลายชิ้นที่แสดงว่าบุคคลที่จะเป็นตำรวจได้นั้นต้องคัดเลือกจากผู้ที่มีชาติกำเนิดสืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ได้ทำคุณความดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องเป็นบุคคลที่ทรงวางพระราชหฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจก็ต้องขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะแต่พระองค์เดียว กิจการตำรวจในยุคนี้จะจัดตั้งเพื่อให้ทำหน้าที่ในวงจำกัด และมิได้ขยายไปยังส่วนการปกครองทั่วประเทศเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้น กรมตำรวจจึงได้รับความสนใจที่จะปรับปรุงรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามแบบอย่างประเทศตะวันตก
พ.ศ. 2403-2475
กิจการตำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2403 ถึง พ.ศ. 2475 เป็นสมัยที่ได้มีการปฏิรูปการปกครองประเทศไทยอย่างขนาดใหญ่ในทุกๆ ด้าน ตามแบบอย่างอารยประเทศตะวันตก เริ่มปรากฏมีหลักฐานว่า ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2404 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เป็นแม่กอง รับผิดชอบกองโปลิศ (POLIS) หรือกรมกองตระเวน ขึ้นครั้งแรก โดยจ้าง ชาวพม่า อินเดีย สิงคโปร์ เริ่มทำงานครั้งแรกที่ย่านตลาดพาหุรัด ในพระนคร และต่อมาในปี พ.ศ. 2405 ได้ว่าจ้าง กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ (Captain Sammoal Joseph Bird Ames) ชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงรัฐยาภิบาลบัญชา มาเป็นผู้พิจารณาวางโครงการจัดตั้งกองตำรวจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตนครหลวงตามแบบอย่างยุโรปขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เนื่องจากเหตุทางการเมืองระหว่างประเทศในสมัยนั้นซึ่งเป็นยุคที่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส ฮอลันดา กำลังแข่งขันกันหาเมืองขึ้นในทวีปเอเชีย การจัดระเบียบการปกครองประเทศขณะนั้นจึงเพ่งเล็งไปในด้านป้องกันประเทศเป็นหลักใหญ่ นโยบายการตำรวจก็ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายการเมืองระหว่างประเทศและทหารด้วยเป็นธรรมดา
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 การปรับปรุงการตำรวจ นอกจากได้ขยายงานตำรวจนครบาลโดยให้ นาย เอ.เย.ยาดิน (A.J.Jardine) มาช่วยงานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้จัดตั้งตำรวจภูธรขึ้นในรูปทหารโปลิศ เมื่อพ.ศ. 2419 สำหรับเป็นกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาคและให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย โดยว่าจ้าง นาย ยี.เชา. (G.Schau) ชาวเดนมาร์คมา เป็นผู้วางโครงการ ผู้บังคับบัญชาส่วนมากก็โอนมาจากนายทหาร ต่อมาใน พ.ศ. 2420 ได้เปลี่ยน "กองทหารโปลิศ" เป็น "กรมกองตระเวนหัวเมือง" จนถึงปี พ.ศ. 2440 ได้ตั้ง "กรมตำรวจภูธร" ขึ้นแทนกรมกองตระเวนหัวเมือง โดยมี พลตรีพระยาวาสุเทพ (ยี.เชา.) เป็นเจ้ากรมตำรวจภูธร
ในปี พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อผลิตนายตำรวจให้ทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดรับราชการในกรมตำรวจภูธร โดยในขณะนั้นมีนายร้อยโท ม.ร.ว.แดง (หม่อมแดง) ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 3 นครราชสีมา ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรคนแรก ถือเป็นรากฐานเริ่มต้นของโรงเรียนนายร้อยตำรวจยุคปัจจุบัน ซึ่งในปี ร.ศ.121 (พ.ศ. 2445) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชหัตถเลขาถึงกรมหลวงดำรงราชานุภาพ มีพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าฯให้ย้ายที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจจากมณฑลนครราชสีมา ไปตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ตามการกราบบังคมทูลขอของกรมหลวงดำรงราชานุภาพ
กำลังพลในระยะแรกใช้ตำรวจ แต่ต่อมาเมื่อทางทหารได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร ทางตำรวจภูธรก็ได้ขออนุมัติใช้กฎหมายฉบับนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2448 ได้เกณฑ์คนเข้าเป็นตำรวจด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อได้จัดตั้งกรมตำรวจภูธรขึ้นแล้ว ก็ได้พยายามขยายการตำรวจไปยังหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคตามลำดับ เพื่อให้มีกำลังตำรวจสำหรับป้องกันปราบปรามโจรผู้ร้าย อำนวยความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ประชาชาชน
ต่อมาได้ขยายกิจการตำรวจภูธรไปยังหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ทางด้านตำรวจนครบาลก็ได้ว่าจ้าง นาย อีริค เซนต์ เจ.ลอซัน (Mr. Eric Saint J.Lawson) ชาวอังกฤษเข้ามาช่วยอีกคนหนึ่ง
กิจการตำรวจในยุคนี้ขึ้นอยู่กับ 2 กระทรวงคือ กระทรวงนครบาล (กรมพลตระเวน หรือ ตำรวจนครบาล) และกระทรวงมหาดไทย (กรมตำรวจภูธร) และต่อมาได้รวมเป็นกรมเดียวกันภายใต้การบังคับบัญชาของอธิบดีคนเดียวกันเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2458 เรียกว่า "กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน" กรมตำรวจจึงถือว่าวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันตำรวจ และในปลายปีนั้นเองได้เปลี่ยนเป็น "กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาล" ยกฐานะเจ้ากรมขึ้นเป็นอธิบดี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2465 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงนครบาลกับกระทรวงมหาดไทยเข้าเป็นกระทรวงเดียวกันเรียกว่า กระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาลจึงโอนมาขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย และในปี พ.ศ. 2469 ได้เปลี่ยนนามกรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาลเป็น "กรมตำรวจภูธร" แต่ยังคงแบ่งตำรวจออกเป็น 2 ประเภทคือ
- ตำรวจนครบาล คือตำรวจที่จับกุมโจรผู้ร้ายไต่สวน ทำสำนวนฟ้องศาลโปลิศสภาโดยตรง
- ตำรวจภูธร คือตำรวจที่ทำการจับกุมโจรผู้ร้ายได้แล้วส่งให้อำเภอไต่สวนทำสำนวนให้อัยการฟ้องศาลอาญาประจำจังหวัดนั้นๆ
จนกระทั่ง พ.ศ. 2475 จึงได้เปลี่ยนนามกรมตำรวจภูธรเป็น "กรมตำรวจ"
พ.ศ. 2475-2541
หลังจากที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว กิจการตำรวจได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ตามประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจพ.ศ. 2475 คือ
- ส่วนที่ 1 : เป็นหน่วยบริหารงานส่วนกลางและสำนักบริหารของอธิบดีกรมตำรวจมีกองขึ้นตรง 6 กองได้แก่
- กองกลาง
- กองบัญชี
- กองโรงเรียน
- กองคดี
- กองตรวจคนเข้าเมือง
- กองทะเบียนกลาง
- ส่วนที่ 2 : ตำรวจนครบาล
- ส่วนที่ 3 : ตำรวจภูธร
- ส่วนที่ 4 : ตำรวจสันติบาล เป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังที่ได้ยกเลิกตำรวจภูบาล ตำรวจกลาง และตำรวจกองพิเศษ
หลังจากที่ได้ปรับปรุงกิจการตำรวจเพื่อวางรากฐานตำรวจในระบอบประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2475 แล้ว กรมตำรวจได้ปรับปรุงการบริหารให้ดีขึ้น และเหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมปริมาณและคุณภาพของงานเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2541ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ธงชัยประจำหน่วยตำรวจ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานธงชัยประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พร้อมกับหน่วยตำรวจอื่นรวม 6 หน่วย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2495 ณ ลานพระราชวังดุสิต
ธงชัยประจำหน่วยตำรวจ นี้ เป็นธงซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับพระราชทานเป็นครั้งแรกจำนวน 6 ธง เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2495 ณ ลานพระราชวังดุสิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในการพระราชพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วยตำรวจด้วยพระองค์เอง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2495 ความสำคัญของธงชัย ลักษณะ การได้มาของธงชัยประจำหน่วยตำรวจ มีลักษณะเช่นเดียวกับธงชัยเฉลิมพลของทหารทุกประการ โดยผืนธงมีสีลักษณะเดียวกับธงชาติ ที่ซุ้มยอดธงบรรจุเส้นพระเกศา (เส้นพระเจ้า) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบรรจุพระพุทธรูปองค์เล็ก เรียกว่า "พระยอดธง" เอาไว้ อันมีความหมายว่าธงชัยนี้เป็นตัวแทนของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่ข้าราชการตำรวจทั้งหลาย และประชาชนชาวไทยให้ความเคารพนับถือ โดยความสำคัญของธงชัยประจำหน่วยตำรวจนี้ ปรากฏในพระบรมราโชวาทในวันพิธีสวนสนามและพระราชทานธงชัยประจำหน่วยตำรวจเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2495 ความตอนหนึ่งที่ว่า
“...ในการที่ข้าพเจ้าได้มอบธงชัยให้แก่หน่วยต่างๆในกรมตำรวจในวันนี้ ก็โดยที่ระลึกว่า หน้าที่สำคัญของตำรวจทั้งหลายในปัจจุบัน มิใช่เพียงรักษาความสงบภายในบ้านเมืองเท่านั้น แต่ต้องป้องกันความไม่สงบที่อาจจะมาจากภายนอกประเทศอีกด้วย ธงนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะเป็นสัญลักษณ์แทนตัวข้าพเจ้า ผู้ซึ่งเอาใจใส่ตัวท่านทั้งหลายตลอดเวลา เพราะเป็นที่หมาย ที่เคารพในเวลาที่กองตำรวจได้เข้าเป็นหมวดหมู่อยู่ประจำ และเมื่อถึงวาระจำเป็นที่คับขัน เมื่อท่านได้ระลึกถึงธงชัยนี้แล้ว ก็จะเป็นเครื่องชักนำให้องอาจกล้าหาญ และร่าเริงใจที่จะประกอบหน้าที่ บำเพ็ญตนให้สมกับเป็นตำรวจของชาติไทย อย่าให้ผู้ใดติเตียนว่าเราเกิดมาเสียชาติเกิดได้ ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงรับธงนี้ไว้ด้วยความรัก และความเคารพเทิดทูน และพิทักษ์รักษาธงนี้ไว้ยิ่งกว่าชีวิตตน และให้เป็นมิ่งขวัญที่เป็นศักดิ์ศรีของกรมตำรวจสืบไป ...”[1]
และปรากฏในพระบรมราโชวาทในวันพิธีสวนสนามและพระราชทานธงชัยประจำกองโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 4 วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2496 ความตอนหนึ่งว่า
“... ข้าพเจ้าได้มอบธงชัย ประจำกองโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 4 ในวันนี้ก็โดยเห็นว่า กองโรงเรียนนี้เป็นแหล่งฝึก และอบรมตำรวจส่วนหนึ่ง เพื่อเพิ่มพูนกำลังของประเทศชาติ ในด้านรักษาความสงบภายใน และทั้งป้องกันความไม่สงบ อันจะมีมาจากภายนอกประเทศด้วย จึ่งสมควรจะได้มีธงประจำกองนี้ไว้เป็นมิ่งขวัญประจำกอง เพราะธงชัยนี้เป็นเสมือนเครื่องหมายแทนชาติ สาสนา และตัวข้าพเจ้า จงพิทักษ์รักษาธงนี้ด้วยความรักและเคารพให้ยิ่งกว่าชีวิตของตน เพื่อเป็นมิ่งขวัญ และศักดิ์ศรีของกรมตำรวจสืบไป ...” [2]
โดยในส่วนของธงชัยประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้น จะมีการเชิญไปกระทำพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักเรียนนายร้อยตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ 13 ตุลาคม ของทุกปีตลอดมา
แม้ว่าธงชัยประจำหน่วยต่างๆของตำรวจจะมิได้ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ.ธง พ.ศ. 2522 แต่เมื่อพิจารณาถึงการได้รับพระราชทาน การพระราชพิธีตรึงหมุดธงโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความสำคัญของธง ลักษณะต่างๆ ของธง และเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสำนักราชเลขาธิการที่เรียกธงดังกล่าวว่า “ธงชัยเฉลิมพล” มาโดยตลอด ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า “ธงชัยประจำกอง” ประจำหน่วยตำรวจที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันกับธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารทุกประการ ทั้งนี้ ตามหลักฐานของส่วนราชการต่างๆ ได้กล่าวถึงธงชัยประจำหน่วยตำรวจในชื่อต่างๆ ได้แก่ “ธงชัยเฉลิมพลประจำกอง” หรือ “ธงประจำกอง” หรือ “ธงชัย” หรือ “ธงชัยประจำกอง” ของหน่วยตำรวจ ซึ่งล้วนเป็นธงเดียวกัน
การแบ่งส่วนราชการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการดังนี้ ก. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แบ่งเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ดังต่อไปนี้[3]
- (๑) สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
- (๒) สำนักงานส่งกำลังบำรุง
- (๓) สำนักงานกำลังพล
- (๔) สำนักงานงบประมาณและการเงิน
- (๕) สำนักงานกฎหมายและคดี
- (๖) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
- (๗) สำนักงานจเรตำรวจ
- (๘) สำนักงานตรวจสอบภายใน
ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ดังต่อไปนี้
- (๑) กองบัญชาการตำรวจนครบาล
- (๒) - (๑๐) ตำรวจภูธรภาค ๑ – ๙
- (๑๑) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
- (๑๒) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- (๑๓) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
- (๑๔) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
- (๑๕) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- (๑๖) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
- (๑๗) สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ
- (๑๘) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
- (๑๙) สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- (๒๐) กองบัญชาการศึกษา
- (๒๑) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
- (๒๒) โรงพยาบาลตำรวจ
ชั้นยศ
ดูเพิ่มเติมที่: ยศทหารและตำรวจในประเทศไทย
อธิบดีกรมตำรวจและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
แนะนำการสอบ
คำแนะนำในการสอบนายสิบตำรวจ ประทวน สัญญาบัตร
คำแนะนำในการสอบนายสิบตำรวจ ประทวน สัญญาบัตร
- นักเรียนนายสิบตำรวจปัจจุบันเรียน 1 ปี รับวุฒิ ม.6 , ปวช. หรือเทียบเท่า อายุระหว่าง 18 - 27 ปี
- ปัจจุบันการสอบเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร เน้นรับจากตำรวจชั้นประทวน เพราะมีการสำรวจแล้วว่าจบกันเยอะมาก
- การสอบบุคคลภายนอกเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยังมีการเปิดสอบอยู่ แต่เปิดเฉพาะสายงานที่ตำรวจชั้นประทวนไม่ค่อยเรียนจบกัน เช่น สายตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (รับ ป.ตรี ทางวิทยาศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ) , สายงานอาจารย์ หรือสายงานอื่นๆที่ขาดแคลน ซึ่งค่อนข้างยาก รับจำนวนไม่มาก
- วุฒิปริญญาตรีที่ใช้สอบเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร เฉพาะสายงานหลักๆ ประมาณนี้ ได้แก่
- สายงานป้องกันปราบปราม , สืบสวน , จราจร = นิติศาสตร์ , รัฐศาสตร์ , รัฐประศาสนศาสตร์ (คนที่ไม่ได้จบนิติศาสตร์ ต้องเรียนผ่านวิชากฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ กฎหมายลักษณะพยานด้วย)
- สายพนักงานสอบสวน = นิติศาสตร์
- สายงานอำนวยการหรือธุรการ = วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาครับ
- หากเป็นตำรวจชั้นประทวนมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี (เริ่มนับเวลาตั้งแต่เข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ) และมีอายุไม่เกิน 25 ปี สามารถสอบเข้าศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ (เข้าเรียนปีหนึ่งพร้อมนักเรียนที่จบจากเตรียมทหาร)
- หากเป็นตำรวจประทวนจะสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ตอนมีอายุราชการครบ 2 ปี ขึ้นไป แต่หากมีการเปิดสอบรับบุคคลภายนอกเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร หากเรามีอายุไม่เกิน 35 ปี เราสามารถไปสอบได้เช่นกัน
แนะนำให้สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจก่อน เมื่อเรียนจบจะมีโอกาสสอบเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้ประมาณ 3- 4 ครั้งเลย หรือหากมีการเปิดสอบตำรวจชั้นประทวนเลื่อนชั้นเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ก็ต้องอายุราชการครบสองปีก่อนถึงจะสอบได้ ดังนั้นเข้าไวๆไว้ก่อนได้เปรียบ
ข้อมูลเบื้องต้นของทุกเส้นทางการสอบเป็นข้าราชการตำรวจ
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น การเปิดรับสมัครสอบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุนั้นไม่แน่นอนว่าจะรับสมัครแบบไหน ซึ่งชั้นประทวน(นายสิบ) บางปีก็รับม.6 บางปีก็รับป.ตรี บางหน่วยบางปีก็รับบางปีก็ไม่รับ ไม่แน่นอน ฉะนั้นจึงขอเขียนโดยแยกประเภทเป็นสอบนักเรียนตำรวจ กับสอบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุ ซึ่งเคยเปิดรับเท่านั้น ย้ำว่า การสอบแบบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุ ไม่ได้เปิดรับเหมือนเดิมทุกปี
1. สอบประเภทนักเรียน
จบม.4
---> สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ (สมัครผ่านร.ร.นายร้อยตำรวจ) โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 15-18 ปี จะรับเพศชายจำนวน 180 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปีจากร.ร.เตรียมทหารแล้ว จะได้รับวุฒิม.6 สายวิทย์ - คณิต และเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่ร.ร.นายร้อยตำรวจโดยไม่ต้องสอบคัด เลือกอีก เมื่อเรียนจบ 4 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรี บรรจุทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
---> สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจน้ำ (สมัครผ่านร.ร.นายเรือ) โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 15-18 ปี จะรับเพศชายจำนวน 10 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปีจากร.ร.เตรียมทหารแล้ว จะได้รับวุฒิม.6 สายวิทย์ - คณิต และเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่ร.ร.นายเรือโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกอีก เมื่อเรียนจบ 4 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรี บรรจุทำงานในส่วนของกองตำรวจน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จบม.6/ปวช.
---> สอบเข้าโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ส่วนตำรวจน้ำ รับเฉพาะเพศชาย โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 17-20 ปี ในส่วนของบุคคลพลเรือน(เรียน/ไม่เรียนนศท.) จะรับเพศชายจำนวน 20 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นสิบตำรวจตรี บรรจุทำงานในส่วนของกองตำรวจน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีละ 30 นาย
---> สอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-21 ปี จะรับจำนวน 60 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 4 ปี จะได้รับปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาตรบัณฑิต และแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรีหญิง บรรจุทำงานในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
---> สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 18-27 ปี โสด สูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.(เฉพาะสายปราบปราม สายอื่นหญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.) ว่ายน้ำเป็น จะรับสมัครตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจัดสรรในแต่ละปีงบประมาณ โดยสมัครกับหน่วยงานตำรวจที่ต้องการลงบรรจุโดยตรง บางปีรับทั้งเพศชายและหญิง บางปีรับแต่เพศชาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 1 ปีแล้วจะได้รับการบรรจุเป็นสิบตำรวจตรี ในหน่วยงานที่เลือกสอบตั้งแต่แรก
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาแล้วจะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีละ 30 นาย
---> สอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ(ผู้ช่วยพยาบาล) รับทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-45 ปี เพศหญิงต้องสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก. ส่วนเพศชายต้องสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซม. จะรับจำนวน 50 คน เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 1 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล สามารถนำไปใช้สอบใบประกอบวิชาชีพได้
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาจะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เว้นแต่ เมื่อมีอัตราว่าง
จบ ม.6 สายวิทย์-คณิต
---> สอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ รับเฉพาะเพศหญิง วุฒิม.6 สายวิทย์-คณิต โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-25 ปี สูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก. จะรับจำนวน 60 คน การคัดเลือกจะใช้วิธีการยื่นคะแนน o-net gat และpat1 และpat2 เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 4 ปี จะได้รับปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถนำไปใช้สอบใบประกอบวิชาชีพได้
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาจะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เว้นแต่ เมื่อมีอัตราว่าง
2. สอบแบบบุคคลภายนอก
จบป.ตรี
---> ในบางปีสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับสมัครบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีสายสังคม ศาสตร์ (การศึกษา ครุศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ การบัญชี อักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน การธนาคาร อาชญาวิทยา ทัณฑวิทยา บริหารธุรกิจ จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี โภชนศาสตร์ ปรัชญา บรรณารักษศาสตร์ พัฒนาชุมชน คหกรรมศาสตร์ และศิลปศาสตร์สาขาทั่วไป) บรรจุเป็น ตำรวจชั้นประทวน ทั้งสายปราบปราม(รับเฉพาะนิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์/รัฐศาสตร์ ที่มีเรียนวิชากฎหมายอาญา วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพยานหลักฐาน) สายอำนวยการและสนับสนุน และหน่วยงานอื่นๆที่ต้องการกำลังพล เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี โสด สูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.(เฉพาะสายปราบปราม สายอื่นหญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.) ว่ายน้ำเป็น เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีกองดุริยางค์ตำรวจ จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-30 ปี มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรี ดุริยางค์ไทย หรือดุริยางค์สากล รับทั้งเพศชายและหญิง เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน ในตำแหน่ง ครู ร.ร.ตชด. รับทั้งเพศชายและหญิง โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และจบการศึกษาชั้นสูงสุดจากร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี มีวุฒิปริญญาตรี สาขาเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา รับทั้งเพศชายและหญิง เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งกลุ่มงานประมวลผล(รับทั้งชายและหญิง) และสายไฟฟ้าสื่อสาร(รับเฉพาะชาย) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี โดยสายประมวลผลต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่วนสายช่างไฟฟ้าจะต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมเครื่องกล เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งรองสารวัตร (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือโทหรือเอก ทางวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมนิวเคลียร์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโลหการ วิศวกรรมเคมี เคมีอุตสาหกรรม ฟิสิกส์ นิวเคลียร์ฟิสิกส์ เคมี หรือเคมีเทคนิค เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปี กองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง รับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งรองสารวัตร (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรี/โท ทางวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมไฟฟ้า สถาปัตยกรรม มัณฑศิลป์ เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองการต่างประเทศ จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งตำรวจสากล (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรี/โททางสังคมศาสตร์หรือด้านภาษาต่างประเทศ และมีความรู้ภาษาอังกฤษ จีน หรือรัสเซียเป็นอย่างดี เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> นอกจากนี้ บางครั้งยังมีหน่วยงานเปิดสอบโดยตรงในคุณวุฒิที่หายากมากๆ เช่น ร.ร.นายร้อยตำรวจ เคยเปิดรับสมัครอาจารย์ วุฒิป.โท ภาษาอังกฤษ
หลักสูตรที่ใช้ในการสอบ มีดังนี้คือ
1. สอบข้อเขียน
สายป้องกันปราบปราม (150 คะแนน) วิชาที่สอบ ได้แก่
1.1 ประมวลกฎหมายอาญา
1.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
1.3 กฎหมายลักษณะพยาน
คำแนะนำในการสอบนายสิบตำรวจ ประทวน สัญญาบัตร
- นักเรียนนายสิบตำรวจปัจจุบันเรียน 1 ปี รับวุฒิ ม.6 , ปวช. หรือเทียบเท่า อายุระหว่าง 18 - 27 ปี
- ปัจจุบันการสอบเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร เน้นรับจากตำรวจชั้นประทวน เพราะมีการสำรวจแล้วว่าจบกันเยอะมาก
- การสอบบุคคลภายนอกเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยังมีการเปิดสอบอยู่ แต่เปิดเฉพาะสายงานที่ตำรวจชั้นประทวนไม่ค่อยเรียนจบกัน เช่น สายตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (รับ ป.ตรี ทางวิทยาศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ) , สายงานอาจารย์ หรือสายงานอื่นๆที่ขาดแคลน ซึ่งค่อนข้างยาก รับจำนวนไม่มาก
- วุฒิปริญญาตรีที่ใช้สอบเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร เฉพาะสายงานหลักๆ ประมาณนี้ ได้แก่
- สายงานป้องกันปราบปราม , สืบสวน , จราจร = นิติศาสตร์ , รัฐศาสตร์ , รัฐประศาสนศาสตร์ (คนที่ไม่ได้จบนิติศาสตร์ ต้องเรียนผ่านวิชากฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ กฎหมายลักษณะพยานด้วย)
- สายพนักงานสอบสวน = นิติศาสตร์
- สายงานอำนวยการหรือธุรการ = วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาครับ
- หากเป็นตำรวจชั้นประทวนมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี (เริ่มนับเวลาตั้งแต่เข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ) และมีอายุไม่เกิน 25 ปี สามารถสอบเข้าศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ (เข้าเรียนปีหนึ่งพร้อมนักเรียนที่จบจากเตรียมทหาร)
- หากเป็นตำรวจประทวนจะสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ตอนมีอายุราชการครบ 2 ปี ขึ้นไป แต่หากมีการเปิดสอบรับบุคคลภายนอกเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร หากเรามีอายุไม่เกิน 35 ปี เราสามารถไปสอบได้เช่นกัน
แนะนำให้สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจก่อน เมื่อเรียนจบจะมีโอกาสสอบเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้ประมาณ 3- 4 ครั้งเลย หรือหากมีการเปิดสอบตำรวจชั้นประทวนเลื่อนชั้นเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ก็ต้องอายุราชการครบสองปีก่อนถึงจะสอบได้ ดังนั้นเข้าไวๆไว้ก่อนได้เปรียบ
ข้อมูลเบื้องต้นของทุกเส้นทางการสอบเป็นข้าราชการตำรวจ
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น การเปิดรับสมัครสอบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุนั้นไม่แน่นอนว่าจะรับสมัครแบบไหน ซึ่งชั้นประทวน(นายสิบ) บางปีก็รับม.6 บางปีก็รับป.ตรี บางหน่วยบางปีก็รับบางปีก็ไม่รับ ไม่แน่นอน ฉะนั้นจึงขอเขียนโดยแยกประเภทเป็นสอบนักเรียนตำรวจ กับสอบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุ ซึ่งเคยเปิดรับเท่านั้น ย้ำว่า การสอบแบบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุ ไม่ได้เปิดรับเหมือนเดิมทุกปี
1. สอบประเภทนักเรียน
จบม.4
---> สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ (สมัครผ่านร.ร.นายร้อยตำรวจ) โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 15-18 ปี จะรับเพศชายจำนวน 180 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปีจากร.ร.เตรียมทหารแล้ว จะได้รับวุฒิม.6 สายวิทย์ - คณิต และเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่ร.ร.นายร้อยตำรวจโดยไม่ต้องสอบคัด เลือกอีก เมื่อเรียนจบ 4 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรี บรรจุทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
---> สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจน้ำ (สมัครผ่านร.ร.นายเรือ) โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 15-18 ปี จะรับเพศชายจำนวน 10 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปีจากร.ร.เตรียมทหารแล้ว จะได้รับวุฒิม.6 สายวิทย์ - คณิต และเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่ร.ร.นายเรือโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกอีก เมื่อเรียนจบ 4 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรี บรรจุทำงานในส่วนของกองตำรวจน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จบม.6/ปวช.
---> สอบเข้าโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ส่วนตำรวจน้ำ รับเฉพาะเพศชาย โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 17-20 ปี ในส่วนของบุคคลพลเรือน(เรียน/ไม่เรียนนศท.) จะรับเพศชายจำนวน 20 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 2 ปี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นสิบตำรวจตรี บรรจุทำงานในส่วนของกองตำรวจน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีละ 30 นาย
---> สอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-21 ปี จะรับจำนวน 60 นาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 4 ปี จะได้รับปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาตรบัณฑิต และแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรีหญิง บรรจุทำงานในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
---> สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 18-27 ปี โสด สูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.(เฉพาะสายปราบปราม สายอื่นหญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.) ว่ายน้ำเป็น จะรับสมัครตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจัดสรรในแต่ละปีงบประมาณ โดยสมัครกับหน่วยงานตำรวจที่ต้องการลงบรรจุโดยตรง บางปีรับทั้งเพศชายและหญิง บางปีรับแต่เพศชาย เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 1 ปีแล้วจะได้รับการบรรจุเป็นสิบตำรวจตรี ในหน่วยงานที่เลือกสอบตั้งแต่แรก
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาแล้วจะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีละ 30 นาย
---> สอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ(ผู้ช่วยพยาบาล) รับทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-45 ปี เพศหญิงต้องสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก. ส่วนเพศชายต้องสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซม. จะรับจำนวน 50 คน เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 1 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล สามารถนำไปใช้สอบใบประกอบวิชาชีพได้
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาจะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เว้นแต่ เมื่อมีอัตราว่าง
จบ ม.6 สายวิทย์-คณิต
---> สอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ รับเฉพาะเพศหญิง วุฒิม.6 สายวิทย์-คณิต โดยกำหนดอายุผู้สมัครระหว่าง 16-25 ปี สูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก. จะรับจำนวน 60 คน การคัดเลือกจะใช้วิธีการยื่นคะแนน o-net gat และpat1 และpat2 เมื่อจบการศึกษาหลักสูตร 4 ปี จะได้รับปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถนำไปใช้สอบใบประกอบวิชาชีพได้
** น่ารู้ ** เมื่อจบการศึกษาจะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เว้นแต่ เมื่อมีอัตราว่าง
2. สอบแบบบุคคลภายนอก
จบป.ตรี
---> ในบางปีสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับสมัครบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีสายสังคม ศาสตร์ (การศึกษา ครุศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ การบัญชี อักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน การธนาคาร อาชญาวิทยา ทัณฑวิทยา บริหารธุรกิจ จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี โภชนศาสตร์ ปรัชญา บรรณารักษศาสตร์ พัฒนาชุมชน คหกรรมศาสตร์ และศิลปศาสตร์สาขาทั่วไป) บรรจุเป็น ตำรวจชั้นประทวน ทั้งสายปราบปราม(รับเฉพาะนิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์/รัฐศาสตร์ ที่มีเรียนวิชากฎหมายอาญา วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพยานหลักฐาน) สายอำนวยการและสนับสนุน และหน่วยงานอื่นๆที่ต้องการกำลังพล เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี โสด สูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.(เฉพาะสายปราบปราม สายอื่นหญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. ชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.) ว่ายน้ำเป็น เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีกองดุริยางค์ตำรวจ จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-30 ปี มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรี ดุริยางค์ไทย หรือดุริยางค์สากล รับทั้งเพศชายและหญิง เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน ในตำแหน่ง ครู ร.ร.ตชด. รับทั้งเพศชายและหญิง โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และจบการศึกษาชั้นสูงสุดจากร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น สิบตำรวจตรี
** น่ารู้ ** เมื่อ รับราชการแล้ว 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้าร.ร.นายร้อยตำรวจ หากอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะรับปีเพศชายละ 30 นาย และเพศหญิงปีละ 10 นาย
---> ในบางปีสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี มีวุฒิปริญญาตรี สาขาเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา รับทั้งเพศชายและหญิง เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งกลุ่มงานประมวลผล(รับทั้งชายและหญิง) และสายไฟฟ้าสื่อสาร(รับเฉพาะชาย) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี โดยสายประมวลผลต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่วนสายช่างไฟฟ้าจะต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมเครื่องกล เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งรองสารวัตร (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือโทหรือเอก ทางวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมนิวเคลียร์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโลหการ วิศวกรรมเคมี เคมีอุตสาหกรรม ฟิสิกส์ นิวเคลียร์ฟิสิกส์ เคมี หรือเคมีเทคนิค เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปี กองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง รับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งรองสารวัตร (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรี/โท ทางวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมไฟฟ้า สถาปัตยกรรม มัณฑศิลป์ เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> ในบางปีกองการต่างประเทศ จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งตำรวจสากล (รับทั้งชายและหญิง) โดยมีคุณสมบัติคือ อายุ 18-35 ปี และต้องมีวุฒิปริญญาตรี/โททางสังคมศาสตร์หรือด้านภาษาต่างประเทศ และมีความรู้ภาษาอังกฤษ จีน หรือรัสเซียเป็นอย่างดี เมื่อสอบได้จะบรรจุแต่งตั้งเป็น ร้อยตำรวจตรี
---> นอกจากนี้ บางครั้งยังมีหน่วยงานเปิดสอบโดยตรงในคุณวุฒิที่หายากมากๆ เช่น ร.ร.นายร้อยตำรวจ เคยเปิดรับสมัครอาจารย์ วุฒิป.โท ภาษาอังกฤษ
หลักสูตรที่ใช้ในการสอบ มีดังนี้คือ
1. สอบข้อเขียน
สายป้องกันปราบปราม (150 คะแนน) วิชาที่สอบ ได้แก่
1.1 ประมวลกฎหมายอาญา
1.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
1.3 กฎหมายลักษณะพยาน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



